ตอนนี้ จขบ. กำลังพยายามอย่างสุดติ่งเพื่อจะได้มีเพลงไปส่งประกวดงานนี้

http://www.rayark.com/event/collaboration2013/

ว้าว! ได้แต่งเพลงเป็น ได้ลงมิวสิคเกมที่ชอบ เหมือนฝันเป็นจริงเลยนะ! ในที่สุดก็มีแรงผลักดันอย่างยิ่งใหญ่ ให้ทำเพลงที่มันฟังได้จริงๆซะที (ที่ผ่านมามีแต่เพลง soundtrack กากๆ ซึ่งฟังได้ในหน้าสารบัญ)
 
แต่!  
 
เส้นทางมันช่าง... ยากลำบากกว่าที่คิด 55555 เลยอยากจะแชร์ Thought Process ให้คนที่คิดอยากจะเริ่มแต่งเพลงบ้าง หรือไม่อยากแต่ง แต่อยากรู้ว่ามันรู้สึกยังไง เอาล่ะ!
 
จะแต่งเพลงต้องผ่านอะไรบ้าง?
 
1. ใช้โปรแกรม DAW อะไรดี - (DAW = Digital Audio Workstation ใช้แต่งเพลง) คำถามนี้จะทำให้คุณเสียเวลาได้เป็นสัปดาห์ เพียงแค่พิมพ์กูเกิลไปว่า [ชื่อ DAW] VS [ชื่อ DAW] ก็จะมี Autocomplete ขึ้นมา พร้อมผลการค้นหาที่เป็นการถกเถียงอย่างเผ็ดมันส์ ซึ่งประเด็นหนึ่งที่พบได้ในหลายๆผลการค้นหาคือ "[ชื่อ DAW]เสียงไม่ค่อยดี" ซึ่งจริงๆน่าจะเป็นเพราะฝีมือคนแต่งมากกว่า? หรือเป็นเพราะเสียงที่มีมาให้มันไม่ดี? หรือเพราะ Effect มันกากกว่า? สารพัดเหตุผลที่ยกมาข่มกัน แค่ใช้เวลาศึกษาว่า DAW ชื่อดังๆมีอะไรบ้าง แต่ละอันหน้าตานิสัยเป็นไง ราคาเท่าไหร่ คนดังๆใครใช้กันบ้าง มีลดราคาเพื่อการศึกษารึเปล่า การศึกษาแล้ว จะแต่งเพลง commercial ได้มั้ย มีให้ทดลองใช้มั้ย บลาๆ ถ้าให้สาธยายข้อมูลทั้งหมดที่พบเจอมาคงจะยาวโคตร ดังนั้นทิ้งชื่อให้ไว้ไปผจญภัยเองแล้วกัน

FL Studio , Cubase , Reason , Logic , Protools , Ableton Live , Reaper
 
แถมความจริงเล็กน้อย ปราศจากข้อคิดเห็นส่วนตัว
  • Logic มีแต่บน Mac
  • Reason สำหรับคนชอบฮาร์ดแวร์ แต่ไม่มีตังซื้อเครื่องดนตรีฮาร์ดแวร์ สายระโยงระยางสมจริงแน่นอน
  • FL Studio มีแต่บน Windows
  • FL Studio ชอบมีคนในเน็ตหาว่าโปรแกรมนู้บ ทั้งที่จริงๆมันไม่นู้บเลยทำได้เยอะมาก แต่มันหาแคร็กง่าย มือใหม่หามาใช้กันเยอะจนทำให้พวกเพลงกากๆในยูทูปมันทำมาจากโปรแกรมนี้เยอะ
  • Ableton Live สำหรับคนชอบหน้าตาแบบ Minimalistic กับชอบเล่นเพลินๆ "A software you can play" แต่บางทีเพลินจนไม่ได้แต่งเพลง เป็นโปรแกรมที่มีของเล่นเฉพาะทางให้เสียตังเพิ่ม (Launchpad, Ableton Push, Akai APC)
  • Ableton Live เป็นโปรแกรมเดียวที่แยกจอไม่ได้ ทุกอย่างรวมเป็นหน้าจอเดียว ข้อดีคือไม่ต้องเปิดปิดลากย้ายหน้าต่างมาก เล่นบนโน้ตบุคสะดวกมาก แต่ข้อเสียคือใช้หลายหน้าจอจะไม่เหมาะ แยกออกไปใส่จออื่นไม่ได้ (โปรแกรมอื่นมีจอใหญ่ๆเยอะๆยิ่งดี)
  • Protools เป็นโปรแกรมที่สากลที่สุด สตูดิโอเพลงมืออาชีพส่วนใหญ่ใช้โปรแกรมนี้มาแต่โบราณกาล จนไม่สามารถเปลี่ยนได้ ถ้าใครจะเข้าไปทำงานก็ควรรู้โปรแกรมนี้ไว้จะได้ทำงานด้วยกันได้ แต่แพงนะ
  • Cubase และ Reason ต้องมี USB Licenser เสียบอยู่ถึงจะใช้ได้ (ป้องกันเถื่อน)
  • ZUN ใช้ Cubase
  • TAK ใช้ Cubase
  • deadmau5 ใช้ FL Studio/Ableton Live
  • Skrillex ใช้ Ableton Live
  • Pentavision Sound Lab ใช้ Protools

2. วินาทีแห่งความน่าอับอาย - ทันทีที่ลองเปิดโปรแกรม DAW มาลองสร้างเพลงเล่น แล้วกด play เท่านั้นแหละ คุณจะพบกับช่วงเวลาแห่งความอาย อายเพลงที่ตัวเองแต่ง 555 ฟังแล้วมันจั๊กกะจี้ จนต้องรีบกดปุ่ม Stop แรกๆ จะเป็นแบบนี้บ่อยมาก เปิดมาลองทำ 10 นาทีแล้วก็.. ไม่เวิร์คว่ะ ปิดโดยไม่เซฟ 555 จะต้องวนอยู่แบบนี้จนกว่าจะเก่งหน่อยจนพอรับเพลงของตัวเองได้ (แต่คนอื่นมาฟังอาจไม่เวิร์คอยู่ดี) ใช้เวลาหลายสัปดาห์ เขินแล้วเขินอีก
 
3. เสียงแบบเนี้ย เขาเรียกว่าเสียงอะไรอ้ะ - เมื่อในหัวสมองมีเพลงโคตรเพราะเล่นอยู่ ก็ย่อมอยากจะเอามันมาลงใน DAW สุดเลิฟอย่างเร็วไว แต่ปัญหาแรกคือ มันทำไง 55 ถ้าเราไม่มีไฟล์ samples หรือเครื่องดนตรีจำลอง (VST) ที่มันเป็นเสียงนั้นๆ แล้วเราจะทำไง ถ้าเสียงไวโอลิน เสียงตบมือ อะไรงี้ยังพอเซิจได้ แต่ถ้าเป็นเครื่องดนตรีต่างถิ่นหรือพื้นเมืองปัญหาก็จะเริ่มทันที บางทีเครื่องดนตรีในวง Orchestra ยังเรียกไม่ถูก ต้องเสียเวลาไปนั่งดูวิดิโอยูทูปอีกเป็นวันกว่าจะรู้ว่าทองเหลืองมีไรมั่ง เครื่องเป่ามีไรมั่ง 

แต่ถ้าคุณแต่งเพลงอิเล็กโทรนิกส์แล้ว อยากได้เสียง "ฉี่เฟี้ยวววูววูววุ่บ" แบบเพลง ____ ล่ะ มันเรียกว่าอะไร 555 ก็จะนำมาสู่ปัญหาถัดไปคือ..

4. เสกเสียง -  หรือก็คือ ต้องใช้ VST ประเภท Synthesizer ให้เป็นนั่นเอง ซึ่งคุณจะต้องขจัดความกลัวทิ้งไปก่อนเมื่อเห็น Knob อลังการเต็มแผง เปลี่ยนเป็นความรู้สึกว่า "เฮ้ย ลองเล่นๆ" ให้ได้ (ซึ่งตอนนี้ยอมรับว่า เห็นแล้วก็ยังท้ออยู่ 555) ต้องไปอ่านคำโฆษณาก่อนว่า VST ที่กำลังจะเล่นนี้มันเด็ดเยี่ยงไร "นี่คือเครื่องดนตรีที่จำลองมาจาก synth คลาสสิค แต่ละเสียงที่คุณได้ยินมาจากสมการที่จำลองอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในเครื่องจริง! ตัวเก็บประจุ ตัวต้านทาน เราไม่ได้ใช้เสียงที่ sample มาเลยจริงๆนะเอ้อ!" พอซาบซึ้งแล้ว คุณต้องกล้าปรับ กล้าหมุนทุกอย่างที่ขวางหน้า แล้วฟังว่า ไอ้ที่ปรับไปตะกี้นี้ มันทำอะไรกับเสียงเรา (ซึ่ง.. หลายๆครั้ง มันเปลี่ยน แต่ไม่รู้ว่าจะพูดยังไง 555) ใครที่เรียนเรื่องคลื่นมาจะซาบซึ่งพระคุณอาจารย์ทันที กลับมาหมด คลื่น Sin มีความถี่เดียว คลื่นสี่เหลี่ยมประกอบมาจากคลื่น Sin กี่อัน ฯลฯ เมื่อปรับค่าอะไรก็ต้องคิดตามในหัว "โอ้ ตอนนี้ harmonic ท้ายๆของคลื่นสามเหลี่ยมถูกเซาะไปแล้ว เสียงแห้งลงเยอะเลยนี่!" หรือ "ตอนนี้คลื่น sin ถูก modulate ด้วยคลื่นสี่เหลี่ยมแบบ duty cycle 30% ฟังดูแสบหูขึ้นนะ" ซึ่งยังไม่ทันได้แต่งเพลงเลย แค่พยายามเสกเสียงที่อยู่ในหัวให้ได้ก็เป็นโกโก้ครั๊นช์แล้ว
 
อย่ากลัวและจงลองหมุนทุกอย่างซะะะะ
 
 
5. ไอเดียเพลงมันลืมง่าย - ระหว่างทำไอ้ที่ว่ามาทั้งหมด ไอเดียเพลงสุดบรรเจิดมันก็หายไปหรือเปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่นแล้ว คนละเรื่องกับที่คิดไว้ตอนแรก 555 กว่าจะเอากลับมาได้ อาจเสียเวลาอีก ถ้าอยู่ๆคิดเพลงได้บน BTS นี่ก็ลืมไปได้เลย ไม่ต้องพยายามจำ - -
 
6. กลายเป็นคนใส่หูฟังตลอด - ถ้ากำลังง่วนกับการแต่งเพลง แล้วมีสมาชิกคนอื่นอยู่ด้วย ค่าสังคมจะลดลง ระหว่างแต่งอยู่แล้วใครมาทัก นอกจากต้องถอดหูฟังแล้วถามใหม่ว่า ว่าไงนะ แล้วยังทำให้เสีย flow ที่กำลังทำอยู่ ไอเดียหายวูบ แน่นอนถ้าไม่ได้อยู่คนเดียวก็ไม่ค่อยอยากให้ใครมาฟังเสียงแห่งความน่าอับอาย เลยต้องใส่หูฟัง
 
7. ไล่ดูวิดิโอ DAW - หลังจากเลือก DAW สุดรักแล้วก็ควรต้องไปดูวิดิโอใน Youtube ด้วยว่า เขาใช้กันยังไง เพราะเวลาเราใช้แรกๆ มันรู้สึกว่าอะไรก็ยากไปหมด ไปดูวิดิโอแล้วถึงบางอ้อ อันนี้เสียเวลาเป็นวันเช่นกัน บางอันมาเป็นซีรี่ส์ ดูทั้งวันยังไม่หมด

8. ทฤษฎีดนตรี - ต้องมีนิดหน่อย ประมาณว่าจะแต่งเพลงที่มันออกซึ่งเศร้าหน่อยก็จะเน้นไปที่ Key minor หรือคอร์ด minor อะไรแบบนี้ คนเล่นดนตรีมาคงสบาย แต่สำหรับ จขบ. กว่าจะไปหาอ่านให้เพียงพอก็เสียเวลาประมาณสองเดือน เอาแค่เบื้องต้นก็พอนะ พอรู้บ้างว่าคอร์ดไหนมันสร้างมาจากโน้ตอะไรยังไง เราก็สามารถใช้เทคนิคแบบว่ามั่วคอร์ดไปเรื่อยๆจนกว่าจะฟังเข้าหูได้ โดยไม่ต้องไปรู้ว่าทำไม
 
9. หาเรื่องเสียเงิน - พอแต่งเพลงแล้วก็จะรู้สึกว่า MIDI Controller กลายเป็นของเล่นชิ้นโปรด อยากได้โน่นนี่ไปหมด กลายเป็นคนรักปุ่ม รักแสงวูบวาบ อยากได้อะไรมากดมายำเล่นทั้งๆที่ไม่น่าจะได้ใช้ถึงความสามารถของมันเลย 5555 แต่ขอแนะนำว่าหา MIDI คีย์บอร์ดที่มัน velocity sensitive มาไว้ 1 อัน เพราะไม่มีอะไรแทนมันได้เลยจริงๆ ส่วนอย่างอื่น แนะนำว่าอย่าเสียเงิน ดูเว็บเพลินๆ ดูวิดิโอยูทูปสนองกิเลสไปก่อน ซื้อมาไม่มีอันไหนใช้คุ้มเท่าคีย์บอร์ดแน่ (จขบ. ซื้อ LPD8 มา เพราะเป็นคนชอบมิวสิคเกม เห็น pad ใหญ่ๆ นุ่มๆ กดแล้วมีเสียง+แสงสีส้มสะใจแล้วทนไม่ได้ ต้องซื้อมาสนองกิเลส 555 แต่ใช้ไม่คุ้มจริงๆนะ ใส่เสียงกลอง ใช้คีย์บอร์ดก็ได้ มีน้ำหนักเหมือนกัน)
 
10. ต้องพึ่งความคิดสร้างสรรค์ชั่ววูบ - บางทีการเปิดโปรแกรมแต่งเพลงนี่ ก็ไม่ได้มีอะไรในหัวเลย แต่กะมาด้นสด เปิดมาแล้วลองใช้เสียงนี้เสียงนั้น ลองกดคีย์บอร์ดจนกว่าจะเจออะไรเด็ดๆ (เรียกว่า spontaneous) ซึ่ง... ถ้าผ่านไป 1 ชม. แล้วไม่เจออะไรเลยมันจะเศร้ามาก เหนื่อยด้วย ซึ่งทำให้อาจไม่อยากเปิดโปรแกรมมาคิดต่ออีกเป็นเวลาสองสามวัน
 
11. ฟังเพลงตัวเองจนหมดมุข - ไม่รู้นะว่าคนอื่นที่เขาแต่งเพลงเขานั่งอยู่นานแค่ไหน แต่ประมาณ 2 ชม. นี่จะเริ่มหมดไอเดียแล้ว คิดอะไรออกมาก็ฟังดูสยิวกิ้วไปหมด ต้องเลิกไปพัก วันต่อมาถึงมาลองใหม่ เพราะหูเหนื่อยด้วย และเพราะสมองมันอื้อไปด้วยเพลงของเราอย่างเดียวจนหมดความคิดสร้างสรรค์ (ตอนนอน ยังเหมือนดังก้องๆอยู่เลย 55)
 
12. เวลาฟังเพลง ทีนี้จะกลายเป็นคนฟังละเอียดขึ้น - เวลากลับไปฟังเพลงที่ชอบ หลังจากที่ลองเริ่มแต่งเพลงแล้ว เพลงนั้นจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป "เหยดโด้ ตรงนี้มี white noise sweep ด้วยทำไมเราทำแล้วเสียงไม่ชื่นใจแบบนี้ฟระ!" "เฮ้ย ทำไมเบสกับกระเดื่องเล่นพร้อมกันแล้วเสียงไม่อุดอู้เหมือนที่เราทำล่ะ!" "ตรงพยางค์สุดท้ายนี้เสียงนักร้องติด reverb ด้วยวะเฮ้ยๆๆ" อะไรแบบนี้ น้ำตาก็จะค่อยๆหลั่งไหล ในความสามารถของ composer ที่ชื่นชอบ ทำไมกุไม่ได้แบบนี้บ้าง
 
13. ต้องให้คนอื่นฟัง - คนอื่นจะได้ยินในสิ่งที่เราไม่ได้ยินแน่นอน รับ comment มาแล้วปรับแก้ซะ อันนี้พิสูจน์ได้ เพลงเก่าที่เคยแต่งไว้หลายเดือน พอมาฟังอีกทีตอนนี้ เสียงมันอุดอู้มาก! ไม่รู้ทำไมเราตอนนั้น ไม่รู้สึกว่าผิดปกติอะไรเลยรึไง เพราะว่าเวลาผ่านไป จนเราตอนนี้เป็น "คนอื่น" ของเราในตอนนั้นนั่นเอง
 
14. จัดเสียงให้อยู่ด้วยกันนั้นมันโคตรยาก - หรือที่เรียกกันว่า Mixing นั่นเอง เสียงไหนที่ย่านความถี่ใกล้กัน เอามาเล่นพร้อมกันแล้วมันจะตีกัน ฟังดูอุดอู้ เหนื่อย (เรียกว่า sounds muddy) เช่นกระเดื่องกับเบสเป็นต้น ซึ่งตอนนี้ ปรับเท่าไหร่ๆ ก็ไม่เห็นจะฟังเพราะเท่าเพลงของ composer คนโปรดซักที ทำไม๊ ทำไมนะ 555
 
15. หาความเงียบไม่เจอ - พอเริ่มฝึกการ Mixing ไปบ้างแล้ว หูจะ sensitive ขึ้นมาก มีเสียงอะไรดังผิดปกติหน่อยก็จะอยากปรับลง แต่ในชีวิตจริงมันปรับลงไม่ได้นี่สิ เวลาปกติไม่เป็นไร แต่เวลาอยากใช้สมาธิเมื่อไหร่ จะพบว่าหาที่เงียบๆไม่เจอเลย! ได้ยินเสียงรถ เสียงไก่ขัน เสียงพัดลม ฯลฯ ชัดเจนไปหมด

16. อะไรหายไป! - เวลาแต่งๆไปแล้วจะรู้สึกว่า อืมมม... ยังไม่โดน แต่ว่ายังขาดอะไรไปหว่า แบบนี้ตลอดเวลา ซึ่งตอนที่ไม่รู้ว่าอะไรหายไป มันจะน่าเซ็งมาก หาสิ่งที่ใช่ไม่เจอซักที แต่ลองเอาเพลงโปรดที่ฟังบ่อยๆ มาปิดเบสแบบนี้ ก็จะรู้ทันทีว่า เบสหาย!
 
17. เมื่อไหร่จะเก่งซะที - ผมเป็นคนที่เริ่มต้นทุกอย่าง ช้ามากครับ = =
Composer หลายๆคน เป่าทรัมเป็ตมาตั้งแต่ยังเรียน (ZUN) กดเปียโนทำเป็นแต่งเล่นๆมาตั้งแต่เด็ก (Yoko Shimomura) หรือลองคลุกคลีกับคอมพิวเตอร์ แต่งเพลง จับ synthesizer มาตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 20 (sta) เวลาเริ่มอะไรช้าแบบนี้ มันท้อเหมือนกันนะ ว่าเราคงตามคนที่เราชื่นชอบไม่ทันซักทีแน่ๆเลย

18. โละทิ้งดีมั้ย :'(  - พอทำๆไป มันเริ่มรู้สึกว่า แต่ละท่อนมันก็ โอเคมั้ง 55 แต่ฟังทั้งเพลงแล้ว ทำไมมันรู้สึกแปลกๆ ไม่เห็นจะมันส์เลย หรือไม่ก็ลองแต่งท่อน Chorus กับ Intro ก่อน แล้วหาท่อนเชื่อมไม่เจอ พอลองทำท่อนเชื่อมแล้ว ก็รู้สึกไม่เข้ากัน จะลองทำไปเรื่อยๆ เพราะเสียดายที่ทำมาแล้ว หรือจะโละใหม่หมดเลยดี ความรู้สึกเหมือนได้การบ้านแต่งกลอน 8 แล้วได้แค่สดับ รับ ส่ง แต่ท่อนรองยังไมได้ซักที เอ จะเริ่มใหม่หรือจะคิดต่อไปดี 555 ไอ้เพลงที่จะประกวดนี่ โละไป 4 รอบแล้ว
 
โฆษณาข้อดีของการแต่งเพลงบ้าง พอทำเพลงแล้วนอกจากจะสนุกตรงที่ว่า เล่นดนตรีไม่เป็นเลยก็มีเพลงเป็นของตัวเองได้แล้ว มันเหมือนได้บรรยายอะไรบางอย่างของตัวเราออกมา เวลาฟังเพลงของคนอื่น เราก็อดคิดไม่ได้ว่า อื้ม เป็นคนแบบนี้นี่เอง! ทั้งๆที่ไม่รู้จักหน้าตากันหรืออยู่คนละประเทศกันแท้ๆ ปกติเป็นคนที่ไม่ค่อยสาธยายความรู้สึกตัวเองให้ใครฟัง ไม่ค่อยระบายอะไรกับเพื่อน หรือ social network แต่พอแต่งเพลงแล้ว มันเหมือนมีส่วนลึกๆของตัวเองที่ไม่เคยบอกใครออกมานิดหน่อยนะ รู้สึกดีไม่น้อย
 
ตอนนี้เพลงที่แต่งก็ยังเละไม่เป็นท่า ไม่รู้ว่าเวลาคนอื่นแต่งมันยากเย็นขนาดนี้รึเปล่า ไว้ถ้าส่งประกวดแล้วดันติดขึ้นมา (!!) จะมาอวดอีกที ถ้าเป็นงั้นคงสุดยอดไปเลยเนอะ

Comment

Comment:

Tweet

โอ้...นักว่าเป็นแต่ผมคนเดียว อิอิอิ

#5 By aodder (58.11.64.112) on 2016-03-17 15:39

ผมก็เพิ่มเริ่มหัดทำเพลง แนว trance ก็คล้ายๆเพลงประกอบเกมส์ หรือ ซาวท์ประการ์ตูน เหมือนกัน ยังไงก็เป็นกำลังใจนะ สหาย big smile

#4 By CBK (192.168.1.1, 180.183.251.107) on 2013-09-06 15:11

เอามาให้ฟังมั้งดิ =[]=

#3 By ไอ๊เอง (171.98.142.20) on 2013-09-01 17:54

เอามาให้ฟังบ้างนะะ 555

#2 By pang (171.101.112.148) on 2013-09-01 17:39

เห้ยเจ๋ง 555+
สู้ๆนะ